ความต่อเนื่องในการทำงานเป็นสิ่งสำคัญ ในหลายๆพื้นที่ พรรคเริ่มสร้างเครือข่ายสร้างคน จากการเป็นอนาคตใหม่ แต่พอไปเรื่อยๆ ทีมจังหวัดหลายที่แตก ผิดใจกับพรรค มันเกิดอะไรขึ้น? ส่วนกลางของพรรคควรโอบรับความหลากหลายของจริต นิสัย และวัฒนธรรมการทำงานที่แตกต่างกัน ไม่ควรต้องคอยมาตั้งคำถามว่า คนโน้น คนนี้ เป็น "เนื้อแท้" รึเปล่า อยากโอบรับคน ต้องลดอคติลงก่อน ส่วนกลางต้องพบปะพูดคุยกับทีมงานจังหวัดบ่อยๆ อย่าให้ข้อมูลของจังหวัดถูกกรองจากคนๆเดียวที่มีแนวโน้มจะสามารถส่งอิทธิพลทางความคิดต่อส่วนกลางได้มากกว่าคนอื่น สุดท้ายทำให้คนทำงานรู้สึกว่าเสียงมันมีไม่เท่ากัน ทั้งๆที่พรรคบอกว่าคนเท่ากัน เคยได้ยินมาหลายเคสที่พื้นที่ตัดสินใจบางอย่าง แต่ส่วนกลางใช้การกดดันให้ไปในแนวทางตัวเอง ถ้าต้องการทำงานพื้นที่ ก็ฟังเสียงของคนในพื้นที่จริงๆ หาทีมจังหวัดที่พร้อมจะพาผู้สมัครไปพบกับคนที่ต่างๆ คนหลากหลาย ผู้สมัครส.ส.ต้องตกผลึกความคิดนโยบายของพรรคอย่างถ่องแท้เพื่อที่จะสามารถเอาไปพูดคุยกับชาวบ้านได้อย่างปราดเปรื่อง
โพสต์นี้ขอเสนอเป็นแบบโครงสร้างจริงๆ มากกว่าการบ่น
สมาชิกพรรคแบ่งได้สองกลุ่ม
1. กลุ่มเจนใหม่ เข้าถึงสื่อ เข้าใจแพล็ตฟอร์มออนไลน์ต่างๆได้ง่าย
2. กลุ่มเจนเก่า ที่ไม่ถนัดเรื่องการใช้แพล็ตฟอร์มต่างในมือถือ
เพื่อให้ข้อเสนอที่ว่า สมาชิกพรรคสามารถเลือกทีมงานจังหวัดได้เอง ผมเสนอให้
1. สร้างแพล็ตฟอร์มเพื่อการทำ Primary Vote เลือกทีมงานจังหวัด คนเจ็นใหม่เข้าถึงได้ไม่มีปัญหาอยู่แล้ว
2. แต่เพื่อให้คนเจ็นเก่าที่ไม่สะดวกสามารถมีส่วนร่วมได้ด้วย ควรทำการโหวตผ่านการตอบแบบฟอร์มทางไปรษณีย์
ในแพล็ตฟอร์มและเอกสารที่ส่งให้สมาชิกพรรค ต้องมีพื้นที่ของการแนะนำตัว ประวัติ และอธิบายอุดมการณ์ว่าทำไมถึงอยากมาทำงานให้พรรค
เมื่อเลือกทีมงานจังหวัดที่เสียงมาจากประชาชน ทีมงานจังหวัดก็มีความชอบธรรม
คัดเลือกผู้สมัครสส.ด้วยการเสนอชื่อโดยทีมงานจังหวัด สมาชิกโหวตผ่านแพล็ตฟอร์มหรือจดหมาย
ทีมงานจังหวัด วางแผนร่วมกับผู้สมัคร ถึงยุทธศาสตร์ในการเข้าหาผู้คน พื้นที่ไหนมีจุดเด่นจุดด้อยแบบไหน ต้องเข้าหาคนกลุ่มไหนแบบไหนบ้าง ทำยังไงถึงจะซื้อใจคนได้โดยไม่ใช้เงิน หาทรัพยากรในการทำงานพื้นที่ยังไงได้บ้าง ประเด็นเหล่านี้ต้องได้เสียงจากชาวบ้านสมาชิกพรรคมาช่วยกันตกผลึก ไม่ใช่แค่จากคนไม่กี่คน วางแผนร่วมกันในแต่ละเขต ติดตามการทำงาน