1.เรื่องบางเรื่องต้องยืดหยุ่นได้ตามสถานการณ์เช่น ถ้าหากดูแล้วชูหัวหน้าพรรคให้เด่นเพียงคนเดียวแล้วพลังมันไม่พอก็ควรจะหาแนวทางใหม่เช่นขายเป็นทีม ชูแคนดิเดตนายกไปเลย 3 คนแต่เป็นทีมเดียวกันดีกว่ามั้ย อย่าไปยึดมั่นถือมั่นให้มากนักเลยกับการที่ต้องหนักแน่นว่าตัวนายกต้องมาจากหัวหน้าพรรคความคิดโคตรจะโบราณ บางครั้งปรับกลยุทธ์ให้มันแบบระบบไฮบริดบ้างไม่งั้นมันจะเป็นพรรคซ้ายๆขวาๆไปวันๆ คนเชียร์ก็เอือมอะ
2.แนวทางพรรคเรื่อง ม.112 ที่ว่าเอาแก้ไขไม่เอายกเลิกนี่แฟนคลับหลายคนก็เหม่อแล้วนะทั้งที่รู้ว่า มาตรานี้มันร้ายแรงแค่ไหนก็ไม่รู้พรรคจะเก็บไว้ทำไมทำไมไม่เสนอให้ยกเลิกไปเลย
3.ควรกล้าที่จะเอาผลงานของคณะก้าวหน้าที่ทำแล้วชาวบ้านเห็นผลงาน อย่างน้ำประปาดื่มได้ ธนาคารขยะเพื่อฌาปนกิจ เนี่ยโคตรจะเวิร์คเอามาขายเลยโปรโมตเยอะตั้งเป้าทำให้ได้ทั้งประเทศถ้าได้เป็นรัฐบาลแค่นี้ก็เรียกคะแนนนิยมได้เพิ่มแล้วเพราะถ้าทำประปาดื่มได้ทั่วประเทศก็จะลดการใช้จ่ายไปได้เยอะ เป็นเรื่องพื้นฐานมากที่ยังไม่มีรัฐบาลไหนทำได้เอาตรงนี้แหละเป็นจุดแข็งเพื่อไปสู้กับพรรคอื่น
ก็ได้แต่หวังว่าพรรคจะรับฟังแล้วนำไปพิจารณาเพื่อปฏิรูปพรรคส้มให้มั่นคงแข็งแรงขึ้นและเป็นพรรคเพื่อประชาชนอย่างแท้จริง
เห็นด้วยบางข้อ
ข้อ 1 ไม่เห็นด้วยที่จะส่ง3คน แต่อาจจะมีแคนดิเดตให้พรรคเลือกหรือสมาชิกเลือกก่อนที่จะส่งโหวตก็ได้
ข้อ 2 ถ้าแก้ไขง่ายกว่ายกเลิก สมควรทำเเก้ไขไปก่อนได้ ขอให้เร็วที่สุด
ข้อ3 เห็นด้วย ซึ่งเห็นว่าพรรคนำมาใช้เเล้วผ่านปลดล็อคท้องถิ่น ซึ่งถ้าทำดีๆน่าจะเป็นนโยบายหลักที่เอาไว้ตีได้เลย
ตอบ ข้อ1 ที่ผมเสนอให้ขายเป็นทีม 3 คนเพราะผมดูแล้วกระแสพิธามันนิ่งแล้วคงไม่ขยับขึ้นไปมากกว่านี้ดังนั้นจึงเสนอให้ชูขึ้นมาอีก 2 คนเพื่อเอามาช่วยกันดันกระแส แต่ต้องอยู่ในเงื่อนไขเดิมคือต้องอยู่ในบัญชีรายชื่อ
ตอบ ข้อ 2 ผมเบื่ออะไรแบบนี้มากเหมือนกับตอนที่บอกรับไปก่อนค่อยเอาไปแก้ทีหลังนั่นแหละ
1.การเสนอนายกฯ มากกว่า 1 คนของหลายพรรค ไม่ได้สะท้อนการทำงานเป็นทีมเลยครับ แต่สะท้อนความไม่มีเอกภาพภายในพรรค ไม่อยากพาดพิงพรรคอื่นแต่แม้แต่พรรคที่ส่งแคนดิเดทมากกว่า 1 คนเมื่อปี62เหตุผลก็ไม่ใช่เรื่องความเป็นทีมอะไร(มี2 คนออกจากพรรคไปแล้ว)
2.อยากให้ยกเลิกเช่นกันครับ แต่ต้องยอมรับข้อเท็จจริงว่าส่วนใหญ่ของประเทศ เฉยๆหรือไม่ได้จัดความสำคัญไว้ลำดับแรก ถ้าพรรคอยากจะแย่งชิง swing voter เพื่อให้ได้จำนวนส.ส.มากที่สุด อาจจะมีการประนีประนอมเชิงนโยบายเพื่อการเลือกตั้งครับ
ตอบ ข้อ1 ที่ผมเสนอให้ขายเป็นทีม 3 คนเพราะผมดูแล้วกระแสพิธามันนิ่งแล้วคงไม่ขยับขึ้นไปมากกว่านี้ดังนั้นจึงเสนอให้ชูขึ้นมาอีก 2 คนเพื่อเอามาช่วยกันดันกระแส แต่ต้องอยู่ในเงื่อนไขเดิมคือต้องอยู่ในบัญชีรายชื่อ แล้วในความคิดผมความเป็นเอกภาพมันไม่เกี่ยวเลยว่าจะส่งชื่อแคนดิเดตนายก1คนหรือ 3 คน ดูอย่างคณะก้าวหน้าดิภาพจำของสังคมยังเป็น เอก ช่อ ป๊อก ได้เลยก็ไม่เห็นมันไม่เป็นเอกภาพตรงไหน
ตอบ ข้อ 2 ผมเบื่ออะไรแบบนี้มากเหมือนกับตอนที่บอกรับไปก่อนค่อยเอาไปแก้ทีหลังนั่นแหละ
ควรเสนอ candidate รัฐมนตรี ที่จะมามีบทบาทร่วมบริหารในรัฐบาลด้วยครับ
เห็นด้วยเลยครับ ส่วนหนึ่งที่เลือกอนาคตใหม่เพราะตอนนั้นพอจะรู้ได้เลยว่าใครเชี่ยวชาญด้านอะไร จะมาเป็นรมตอะไร ไม่ใช่รอลุ้นหลังเลือกตั้ง
ข้อ1 เห็นด้วยกับผู้เขียน
ข้อ2 ขอเห็นต่างนิดหน่อย การนำเสนอยกเลิก112เป็นวาระหลักเลยอาจทำให้พรรคเคลื่อนไหวลำบากหรือเปล่า? เอาล่ะ..ในท้ายที่สุดกฎหมายอย่างปอ.ม.112ก็ต้องถูกยกเลิกออกไป แต่ ณ ปัจจุบันผมมองว่าพรรคยังต้องการการสนับสนุนจากคนทุกกลุ่ม ซึ่งรวมถึงกลุ่มคนที่ยังรับไม่ได้กับชุดความคิดที่ดู Radical จนเกินไปด้วย (แน่นอน ณ ปัจจุบันกลุ่มคนเหล่านี้ยังมีจำนวนมากอยู่) ส่วนตัวในเรื่องนี้อยากให้พรรคขับเคลื่อนในลักษณะผลักดันการจัดงบแบบเปิดเผย โปร่งใส จะเป็นผลดีต่อภาพลักษณ์ของสถาบัน แบบที่สสเบญจานำเสนอ จะเหมาะสมกว่า
ข้อ3 เห็นด้วยกับผู้เขียน
เรื่องแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี 3 คน ตนอยากให้ทั้งสามคนนี้ มีความแตกต่างในด้านของเพศอัตลักษณ์อย่างชัดเจน คนหนึ่งเป็นเพศชาย อย่าง คุณพิธา อีกคนหนึ่งเป็นเพศหญิง อย่าง คุณเบญจา แสงจันทร์หรือคุณสิริกันยา ตันสกุล เป็นต้น และอีกคนหนึ่งเป็นLGBTQ+อย่างคุณพอลลีน งามพริ้ง เป็นต้น เราเชื่อว่าจะสามารถเป็นจุดขายที่เห็นได้เด่นชัดในการเลือกตั้ง โดยรายชื่อดังกล่าวนี้ก็ต้องอยู่ในรายชื่อผู้สมัครส.ส.บัญชีรายชื่อของพรรคด้วยฮะ
แล้วเวลาไปออกรายการดีเบต ต้องไปออกทั้งสามคนเลยหรือ 555
คนเดียวดีกว่าครับ ได้ Focus ได้ตรงจุด