พรรคก้าวไกลเป็นพรรคที่ทำงานด้วยการรณรงค์ ส.ส. และว่าที่ผู้สมัครของพรรคไม่ได้ลงพื้นที่พร้อมกับเงินซื้อเสียง-ซื้อหัวคะแนน แปรงบประมาณลงพื้นที่ หรือการทำงานโดยใช้ระบบอุปถัมภ์
ด้วยวิธีการทำงานแบบนี้หลายครั้งไม่สามารถตอบสนองกับความคาดหวังของประชาชนในพื้นที่ การทำงานโดยไม่มีหัวคะแนนทำให้ผู้สมัคร ส.ส. มีข้อจำกัดในการเข้าถึงประชาชนในพื้นที่ต่างๆ และไม่มีการสนับสนุนจากผู้นำชุมชน ผู้ใหญ่บ้าน
คำถามที่พรรคก้าวไกลอยากให้ทุกท่านช่วยออกแบบคือ วิธีการทำงานพื้นที่ในแบบของก้าวไกลควรเป็นแบบไหน ที่สามารถตอบสนองความต้องการของประชาชนและเข้าถึงประชาชนทุกพื้นที่ได้ แต่ในขณะเดียวกันก็ยังรักษาจุดยืนทางการเมืองที่ถูกต้อง?
เรามักจะจดจำสิ่งที่จับต้องได้ เห็นเป็นรูปธรรม มากกว่านามธรรม ชาวพรรคมาช่วยกันสร้างอุดมการณ์ที่กินได้กัน ทำแบบปูพรม หรือทำโมเดลก่อนก็ได้
ถ้าจุดยืนของพรรคก้าวไกลยังเชื่อในคนรุ่นใหม่คนที่มีหัวก้าวหน้าของประเทศนี้ ท่านต้องลงมาอาจจะไม่ใช่แค่ใช้ระบบ social - network เป็นหลัก แต่ท่านต้องดึงคนรุ่นใหม่ในพื้นที่ต่างๆ ซึ่งไม่ใช่แค่ กทม. มาร่วมกันทำงาน โดย อย่างไร ทำไม เพื่ออะไร มันอาจจะยาก อย่างเช่น ท่านมี สมาชิกพรรคที่ร่วมกันบริจาคให้พรรค พวกท่านคิดจะดึงคนเหล่านี้ อาจจะมีคนที่อยากมาร่วมและไม่มาร่วมเป็นธรรมดา ที่อยู่ทั่วประเทศมาร่วมทำงาน ร่วมพูดคุย แก้ปัญหา และเจอตัวตนพวกเขาจริงๆหรือไม่ ปัญหาของทุกอย่างในประเทศนี้มันอยู่ในพื้นฐานของรายบุคคล มากกว่าสิ่งของสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐาน ที่ออกมาจากฝีมือคน ถ้าท่านเชื่อแบบนี้ ทางพรรคอาจจะแก้ปัญหาคนได้มากกว่าแก้กฏหมายในสภาอีกครับ
การทำงานในพื้นที่อาจทำได้โดยการลงพบปะพูดคุยกับชาวบ้าน ถามถึงปัญหาต่างๆ เป็นกระบอกเสียงให้ชาวบ้าน สิ่งเหล่านี้ไม่ต้องใช้เงินหรือใช้หัวคะแนนแต่อย่างใด
นอกจากนี้ที่ผ่านมา พรรคค่อนข้างละเลยการติดต่อสัมพันธ์กับสมาชิกพรรค และขาดกิจกรรมกับสมาชิกพรรค อย่าให้สมาชิกพรรคเข้าใจไปว่าพรรคสนใจติดต่อกับสมาชิกพรรคก็เมื่อจะมีการเลือกตั้งเท่านั้น
ลองศึกษาวิธีการทำงานของ อ.ชัชชาติ ดูครับ หลาย ๆ โครงการหรือกิจกรรมทำได้โดยไม่ต้องใช้งบประมาณเลย เพียงแต่เป็นการใช้ "แสงในตัวเอง" เข้าไปดึงดูดภาคเอกชน/ประชาสังคมต่าง ๆ เข้ามาร่วมกันจัดงานที่เป็นสาธารณะประโยชน์ ตำแหน่ง สส. ก็เป็นอีกตำแหน่งหนึ่งที่มี "แสงในตัวเอง" อาจจะพอนำวิธีคิดนี้มาปรับใช้ได้บ้าง (อาจจะไม่ได้ทั้งหมด ด้วยความที่เป็นนักการเมืองอาจจะติดภาพบางอย่างที่บางคนอาจไม่อยากยุ่งด้วย แต่คิดว่าอย่างน้อยน่าจะทำได้ในบางบริบท เช่นในการประสานงานกับเจ้าของธุรกิจ/ประชาสังคม ที่มีความคิดก้าวหน้า)
งานพื้นที่ของพรรคค่อนค้างไม่ชัดเจนจึงไม่สามารถเจาะใจคนที่ไม่ใช่คนที่สนใจนโยบายเเบบเน้นโครงสร้างได้ ผู้สมัครควรมีผู้รู้ในพื้นที่พื้นรู้พื้นเพเขตที่สมัครทำงานด้วยไม่งั้นตอนที่มาหาเสียงมันไม่มีอะไรที่เจาะใจคนบางกลุ่มได้เเล้วกลัวจะเสียคะเเนนตรงนี้ไป
เน้นการสำรวจ ศึกษาข้อมูล ปัญหาในระดับส่วนรวมที่มีผลต่อประชาชนในพื้นที่ก่อน จากนั้นรวบรวม แยกหมวดหมู่ นำไปเสนอการแก้ไขปัญหาในแต่ละพื้นที่ ส่งทีมงานของพรรคหรือคณะทำงานด้านนั้นๆลงพื้นที่ ขับเคลื่อนเป็นประเด็นปัญหา หรือโอกาสในการพัฒนา มีระบบการเก็บข้อมูลอย่างเป็นระบบ
รูปแบบการทำงานในพื้นที่ผมว่าต้องออกแบบให้เหมาะสมกับท้องที่ เราอยู่ในท้องที่เกษตร ปัญหาคืออะไร เราอยู่ในพื้นที่เมือง ปัญหาคืออะไร ที่ดินทำกิน น้ำแล้ง น้ำท่วม เริ่มต้นจากการอยากรู้อยากเห็น เริ่มต้นจากการซ่อกแซ่ก สอบถาม และขอแนวคิด พ่ออุ้ย แก้ยังไง หลวงพ่อมีหนทางไหม เพื่อนำเอามาใช้ทำงาน เราไม่ได้ไปหาผู้ใหญ่บ้านเพื่อไปขอหัวคะแนน ไม่ใช่ไปคุยกับผู้นำชุมชนเพื่อให้เป็นหัวคะแนน แต่อยากรู้ว่าปัญหาคืออะไร และแต่ละคนคิดยังไง การเป็นพรรคการเมืองที่เข้าไปหาช้าวบ้านแล้วชี้บอกว่าต้องทำอะไร กับไปคุยกับชาวบ้านแล้วระดมวิธีแก้ปัญหา ตกผลึกออกมาให้ได้ จากสิ่งที่ชาวบ้านคิด แล้วคิดว่าทำได้แค่ไหน ก้าวไกลจะช่วยได้อย่างไร จัดทีมลงพื้นที่แล้วขอความเห็น เข้าไปขอว่าเราจะช่วยอะไรเขาได้บ้าง เรื่องนี้ไม่ง่ายแต่ต้องทำและต้องทำให้ต่อเนื่อง
สิ่งที่ ส.ส. เขตพื้นที่พรรคก้าวไกลเจออาจคือการไม่ได้มีต้นทุนสูงเท่า ส.ส. พรรคใหญ่พรรคอื่น
นอกจากกระแสในเน็ตแล้ว สิ่งที่อยากให้พรรคก้าวไกลทำก็คือเจาะกลุ่มตลาดชนชั้นกลาง ที่ผิดหวังกับรัฐบาล ด้วย เพราะคนกลุ่มนี้มักไม่ค่อยต้องพึ่งพาการเมืองแบบเดิมคือการอุปถัมภ์มากนัก
ให้ก้าวไกลขายความสดใหม่ หน้าใหม่ เจาะตลาดกลุ่มนี้
แน่นอนว่าก็ถกเถียงต่อได้ว่าชนชั้นกลางบนจะเปลี่ยนมาเลือกก้าวไกลได้จริงมั้ย หรือชนชั้นกลางล่างอาจมีปัจจัยอื่นที่เลือกด้วยที่ไม่ได้มีเรื่องอุปถัมภ์
จัดทำdataพื้นที่โดยใช้เครื่องมือเข้ามาช่วย เช่น google datastudio Sheet อื่นๆ และเปิดให้บุคคลากรในองค์กรสามารถเข้าถึงข้อมูลได้ (Decentralize data)
สร้างการมีส่วนร่วมระหว่างคนพื้นที่กับทีมงานพรรคส่วนกลาง ควรยกเลิกตัวแทนประสานงานเปลี่ยนมาเปิดพื้นที่พูดคุยสรุปความคิดเห็นให้สมาชิกได้รับรู้ทั่วถึง ให้สมกับคำว่าทุกคนเป็นเจ้าของพรรค
สรุปประเมินผลอย่างต่อเนื่องบนหลัก okr objective key resource
สุดท้ายอยากฝาก เสมอภาคไม่เท่ากับเท่าเทียม เมื่อใดเสมอภาคเท่ากับเท่าเทียมความยุติธรรมจะไม่เกิด