อยากให้พรรคสื่อสารให้เข้าใจว่าสส.มีหน้าที่นิติบัญญัติ การลงพื้นที่เป็นหน้าที่ของท้องถื่น อาจจะมีทีมงานลงพื้นที่แยกต่างหากจากสส.พรรค เพื่อให้สส.ได้ทำงานเต็มที่ตามหน้าที่ของตัวเอง และเพื่อเพิ่มความเป็นพรรค ลดความเป็นตัวบุคคล เพราะเราเชื่อว่าหน้าที่ของพรรคก้าวไกลที่เราคาดหวังคือการนำทางความคิดของผู้คน
ถ้า ปชช ยังมีแนวคิดว่าการทำงานนิติบัญญัติคือการทำงานบนหอคอยงาช้าง กก คงต้องเดินอีกไกลกว่าจะ educate คนกลุ่มนี้ได้ คิดว่าการผลักดันและ deploy การกระจายอำนาจให้สำเร็จยิ่งเร็วก็จะยิ่งทำให้ความเข้าใจในเรื่องนี้เป็นไปได้ไวมากขึ้น ไม่ต้องพูดเยอะ action speak louder than words
เป็น สส แล้วไม่ลงพื้นที่ ไม่เจอชาวบ้าน จะรู้ปัญหาได้ไง อันไหนงาน อบต.ก็อธิบายชาวบ้านไปสิ อย่าทำงานอยู่บนหอคอยงาช้าง
ผมขอแสดงควารมเห็นในทางตรงข้ามนะครับ เลือกตั้งรอบก่อนผู้สมัครของก้าวไกลในเขตผมก็พูดแบบนี้บอกตรงๆนะครับว่าผมไม่เลือกนะ เพราะสส.ถ้าไม่สามารถดูแลพื้นที่ได้จะทำแต่งานนิติบัญญัติผมว่ามันเป็นการตีjob descriptionที่แคบเกินไปมากและเป็นการตีความที่ไม่ได้มองกลุ่มเป่้าหมายเลย ยกตัวอย่างสส.เขตผมปัจจุบันเป็นสส.พปชรเขาลงพื้นที่ดูแลปัญหาที่เกิดขึ้นในพื้นที่ตลอดเกิดปัญหาผมแจ้งในFacebookเขาไม่นานก็มาตอบแม้จะแก้ได้บ้างไม่ได้บ้างแต่ก็เห็นในความพยายามจะแก้ แน่นอนว่าผมไม่ได้เลือกพปชร.เพราะไม่เห็นด้วยกับความเชื่อนั้น แต่ถ้าให้ผมไปเลือกสส.ที่จะไม่ดูแลความเป็นอยู่ที่ดีของคนในพื้นที่ เท่ากับว่าผมได้สส.ที่ทำให้คุณภาพชีวิตผมแย่ลงแล้วผมจะเลือกไปทำไม ส่วนตัวผมอยากให้มองScopeให้กว้างและไกลกว่าแค่สภาเพราะหน้าที่คุณจริงๆคือการทำให้ความเป็นอยู่เขาดีขึ้นครับอะไรที่ทำแล้วตอบโจทย์นั้นคุณก็ควรทำ
เห็นด้วยเลยครับ ในช่วงระหว่างการเปลี่ยนผ่าน ที่การกระจายอำนาจยังไปไม่ถึงฝั่ง และการเปลี่ยนผ่านภาพจำของชาวบ้านที่มีต่อ ส.ส. ว่าผู้แทนฯ ต้องทำได้ทุกอย่าง ผมว่าเราสามารถทำควบคู่กันไปได้
ส.ส.สามารถทำตัวเป็นผู้แทนประชาชน แก้ไขปัญหาแบบนักการเมืองท้องถิ่นได้ (ในช่วงที่การเมืองท้องถิ่นยังไม่แข็งแรง) โดยไม่ผลิตภาพผิด ๆ ซ้ำออกไปทางสื่อครับ (ค่อย ๆ shift mindset ของสังคม) => ความหมาย งานบางอย่างทำในพื้นที่ได้ โดยไม่ต้องลงสื่อครับ
ไม่มี
งานบางอย่างทำในพื้นที่ได้ โดยไม่ต้องลงสื่อครับ คืออะไรครับ
ผมขออนุญาตยกตัวอย่างงานรวม ๆ (ที่ไม่เกี่ยวข้องกับหัวข้อการแบ่งแยกบทบาท การเมืองท้องถิ่น/การเมืองระดับประเทศ) เพื่อให้เห็นภาพการขับเคลื่อนงานในพื้นที่ โดยไม่ต้องลงสื่อทุกครั้ง ก่อนสรุปเรื่องการสร้างภาพจำต่อสาธารณะที่ถูกต้อง ต่อการแบ่งแยกบทบาทหน้าที่ ระหว่างการเมืองท้องถิ่น และการเมืองระดับประเทศต่อไปในตอนท้ายนะครับ
ตัวอย่างภารกิจหน้าที่ของผู้แทนฯ (ไม่ว่าจะเป็น ส.ส. ส.ก. ส.อบต. ส.ท. ส.อบจ. หรือผู้บริหารท้องถิ่น/ผว.กทม./ผู้บริหารระดับประเทศ) ควรทำ คือ การลงพื้นที่ รับฟังปัญหา สัมผัสชาวบ้าน "โดยที่ไม่ต้องลงสื่อทุกครั้ง" ก็ได้
1) การร่วมงานศพ เพื่อแสดงความเสียใจ หรือในบางกรณี เพื่อเป็นเกียรติให้กับชาวบ้าน (กรณีที่เขาเชิญมา)
2) การลงพื้นที่ ช่วยเหลือชาวบ้าน ร่วมบริจาคตามสมควร เพื่อเป็นการร่วมทุกข์ ร่วมสุขกับประชาชน
3) การลงพื้นที่ โดยใช้ทีมงาน/ทรัพยากรส่วนตัว (ไม่ได้ใช้ทรัพยากรของรัฐ) เพื่อเข้าดำเนินการแก้ไขปัญหาบางอย่างให้ชาวบ้าน เช่น การฉีดยุง การซ่อมถนนเล็ก ๆ น้อย ๆ ฯลฯ ตามเหตุผลความจำเป็นเร่งด่วน และตามความเหมาะสมซึ่งเป็นบริบทของแต่ละชุมชนในพื้นที่
ฯลฯ
ตัวอย่างด้านบน เป็นตัวอย่างไม่กี่ข้อ ที่เป็นภารกิจหน้าที่ ที่หลายอย่างไม่ใช่อำนาจหน้าที่ของผู้แทนฯ ในฝ่ายนิติบัญญัติ ที่โดยส่วนตัวผมเอง ก็ปฏิบัติอยู่ในพื้นที่ โดยไม่ได้ลงสื่อทุกคร้้งครับ
ยกตัวอย่างกรณีล่าสุดของผมเอง หลังที่เขตบางแคได้ผู้แทนฯ ท้องถิ่น (ส.ก.) ในเขตนี้ การทำงานในพื้นที่ทุกอย่าง ที่เป็นบริการสาธารณขั้นพื้นฐาน (ซึ่งควรเป็นหน้าที่ของท้องถิ่น ตามหลักการการกระจายอำนาจ) ผมก็จะทำงานในฐานะผู้สนับสนุน และให้พี่อำนาจ (ส.ก.) เขตผมเป็นคนออกหน้า เพื่อสร้างภาพจำต่อสาธารณะ ว่างานบริการสาธารณะขั้นพื้นฐาน (ถนน หนทาง ขยะ ไฟส่องสว่าง ฯลฯ) ควรเป็นหน้าที่ของนักการเมืองท้องถิ่นครับ
ส่วนตัวผมเอง ก็ยังคงลงพื้นที่รับฟังปัญหาอย่างต่อเนื่อง แล้วคอยเก็บเกี่ยวประเด็นที่:
1) ยึดโยงกับนโยบายระดับประเทศ
หรือ
2) ติดขัดปัญหาด้านกฎหมายในระดับ พ.ร.บ.
หรือ
3) ต้องการการผลักดันจากรัฐส่วนกลาง
ผมก็จะนำปัญหาเหล่านั้น เข้ามาผลักดันผ่านกลไกในสภา เช่น การยื่นร่างแก้ไขพ.ร.บ. การตั้งกระทู้ หรือเวทีกรรมาธิการ ฯลฯ
ครับ
สุดท้าย ผมว่า หน้าที่ของพวกเรา (พรรคก้าวไกล) ในตอนนี้ คือ การใช้ศิลปะ หาจุดสมดุลในการเลือกประเด็นที่จะสื่อสารออกสื่อ เพื่อสร้างภาพจำที่ถูกต้องต่อบทบาทหน้าที่ ระหว่างนักการเมืองท้องถิ่น และนักการเมืองระดับประเทศ ในขณะที่เรื่องของการลงพื้นที่
ต้องลงให้หนัก หยุดไม่ได้อยู่แล้วครับ 😉