ส่งข้อความส่วนตัว

blueocynia blueocynia

ความคิดเห็น
แก้กฎหมาย​ให้ผู้ใหญ่บ้านมีวาระ​ 4 ปี​ หรือยกเลิกผู้ใหญ่บ้านกำนันไปเลย
ถ้าดูเป็นไปได้ ในช่วงเปลี่ยนผ่านอาจจะเป็นการควบร่วมระหว่างผู้ใหญ่บ้าน กับ ส.อบต และตำแหน่งใดตำแหน่งหนึ่งใน อบต. (เช่น รอง อบต.) กับกำนัน ถ้าประกาศนโยบายเพื่อยกเลิกเลยอาจจะเกิดแรงกระเพื่อมในพื้นที่ต่อพรรคในเชิงลบมากกว่าเชิงบวกครับ
ข้อเสนอเกี่ยวกับระบบการคัดกรองผู้แทน ระบบสมาชิก และข้อกังวลเรื่องงูเห่า
การทำงานเป็นทีมเป็นทักษะที่จำเป็นเลยครับ ถ้าไม่ทำงานร่วมกันก็ไม่มีทางรู้บทบาทของกันและกัน ทั้งนี้ทั้งนั้นการทำงานก็ต้องสอดคล้องกับอุดมการณ์และนโยบายพรรคเช่นกัน ไม่อย่างนั้นทีมงานอาจจะหนทางไปกับแนวทางแบบอำนาจนิยมเอาได้
ข้อเสนอเกี่ยวกับระบบการคัดกรองผู้แทน ระบบสมาชิก และข้อกังวลเรื่องงูเห่า
จะให้เร็วขึ้นอีกหน่อย ส่วนกลางต้องพัฒนาทีมที่ไปกระตุ้นความ Organic นี้ ซึ่งไม่ควรเป็นผู้สมัคร สส. เพราะจะเกิด Conflict of Interest ขึ้น ทางที่ดีทีมส่วนกลางต้องสร้างทีมงานจากส่วนกลางให้ลงไปเป็นผู้ประสานงานที่เอื้อให้ความ Organic นี้เกิดเร็วขึ้นครับ ถ้าที่ไหนพอตั้งหลักได้แล้วผู้ประสานงานคนนั้นก็ไปทำในพื้นที่อื่นต่อแทน
ข้อเสนอเกี่ยวกับระบบการคัดกรองผู้แทน ระบบสมาชิก และข้อกังวลเรื่องงูเห่า
เรื่องผู้สมัครแฝงเป็นเรื่องที่น่ากังวลครับ เอาเข้าจริงพวกปรสิตนี่น่ากลัวกว่างูเห่าเยอะ แต่ถ้ากลไกสมาชิกเป็นระบบขึ้น และตั้งอยู่บนพื้นฐานการทำงานด้วยอุดมการณ์พรรคในความถี่ที่เพียงพอแล้ว สองสิ่งนี้จะอยู่ได้ไม่นานครับ เพราะสองสิ่งนี้อิงอาศัยกับ Big Name เมื่อไหร่ที่กระจายอำนาจให้สมาชิกอย่างจริงจังแล้ว คนกลุ่มนี้จะเริ่มอยู่ลำบากขึ้นครับ
ข้อเสนอเกี่ยวกับระบบการคัดกรองผู้แทน ระบบสมาชิก และข้อกังวลเรื่องงูเห่า
เห็นด้วยครับกับการสร้างกิจกรรมพรรคอย่างต่อเนื่อง เอาเข้าจริงๆแล้วสำหรับพื้นที่ที่บุกเบิกแต่พอมีสมาชิกอยู่บ้าง ทีมงานส่วนกลางสามารถส่งทีมลงไปจัดตั้งสมาชิกพรรคในพื้นที่ได้ด้วยการเรียกว่าประชุมสมาชิกในพื้นที่นั้นๆ แล้วมอบแนวทางคร่าวๆเพื่อให้สมาชิกได้แนวทางในการจัดทำกิจกรรมของตนเอง พร้อมทั้งมอบหมายให้ตัวแทนจากส่วนกลางในทีมที่ลงไปซักคนเป็นเสมือนผู้ประสานงาน โดยหน้าที่ของผู้ประสานงานจะทำหน้าที่สนับสนุนกิจกรรมสมาชิกให้อยู่ในแนวทาง และเคลียร์เอกสารที่จำเป็น แต่ไม่เข้าไปแทรกแซงมากเกินไปให้สมาชิกปรึกษาหารือกันว่าจะทำอย่างไร ผู้ประสานงานจะเป็นเพียงที่ปรึกษาที่แนะนำว่าเคสที่อื่นทำอะไรประมาณไหน หรือทำอย่างไรจึงจะสอดคล้องกับแนวทางพรรค โดยอาจจะอยู่ในพื้นที่ราวๆ 3-6 เดือนตามความเหมาะสมที่สมาชิกเริ่มตั้ง ตทจ.ได้ ซึ่งจะเป็นกลไกที่ส่งเสริมให้สมาชิกจับกลุ่มทำกิจกรรมกัน เมื่อมีกิจกรรมที่สอดคล้องกับแนวทางของพรรคในปริมาณที่ถี่และต่อเนื่องเพียงพอ เช่น การจัดกิจกรรมรับสมัครสมาชิก การทำกิจกรรมระดมทุน การทำกิจกรรมสาธารณะประโยชน์ การตั้งเวทีสาธารณะ เป็นต้น
ข้อเสนอเกี่ยวกับเว็บไซต์ ก้าวไกล NEXT
เห็นคอนเทนต์ สส.อย่างคุณโรมและคุณทิมมาตอบคอมเม้นท์ผ่าน youtube ก็ชื่นชมในการทำงานของทีมงานพรรคครับ และอยากแนะนำเพิ่มเติมสำหรับตัวเว็บไซต์ว่าน่าจะมีระบบแจ้งเตือนหน่อยนะครับว่าคอมเม้นหรือความเห็นของเรามีคนมาตอบต่อรึเปล่า เพื่อที่จะได้ติดตามการตอบกระทู้ได้อย่างต่อเนื่องครับ
เสียง ผู้แทน (กับ) ราษฎร
การที่ผู้แทนจะสามารถอิงกับกายทางการเมืองได้จะต้องมีกระบวนการอย่างไรครับ เพราะการอิงกับเสียงสาธารณชนเป็นเรื่องที่ไม่ใช่ทางตรงและไม่ใช่สิ่งที่เกิดขึ้นตลอดเวลา เราจะมีกรอบมุมมองอย่างไรจึงจะทราบได้ว่าผู้แทนยังคงอิงกับกายทางการเมืองอยู่
ไม่เอางูเห่า! ขอผู้แทนที่ซื่อสัตย์ต่อเสียงประชาชนที่เลือกพรรค
แต่ก็ใช่ว่าจากสถานการณ์จะไม่มีทางแก้ไขเลย แม้ว่าแก้ยากแต่ก็ยังพอแก้ไขได้ แต่ต้องยึดกุมเรื่องของสมาชิกพรรคเอาไว้มากๆ ชัยชนะของก้าวไกลไม่ได้อยู่ที่ Big Name แต่อยู่ที่ความสามารถในการสร้างมีส่วนร่วมของสมาชิกพรรค พรรคต้องให้ความสำคัญมากๆกับการสร้างระบบสมาชิกที่เติบโตทั้งบทบาท ความคิดและอุดมการณ์ เพราะที่ผ่านมาต้องเรียกว่าพรรคละเลยระบบสมาชิกมาก มีอยู่แต่แทบไม่ได้ engage สมาชิกพรรคเลย ความแตกต่างระหว่างสมาชิกกับประชาชนทั่วไปในการรับข่าวสารและทำกิจกรรมคือแทบจะเรียกได้ว่าเกือบเท่าเทียมกัน กิจกรรมที่ให้สมาชิกมีส่วนร่วมก็แทบจะไม่มี ไม่ต้องพูดถึงระบบที่จะสร้างสมาชิกให้เติบโตทั้งบทบาท ความคิดและอุดมการณ์เลย อย่างมากพรรคอาจจะเรียกสมาชิกตอนโหวตรับรองอะไรบางอย่าง แต่ส่วนใหญ่การโหวตรับรองด้วยการไม่มีส่วนร่วมของสมาชิกก็เป็นการทำพิธีเพื่อให้ผ่านกฎหมายเฉยๆ ดังนั้นถ้าพรรคจะแก้เกม พรรคต้องสร้างระบบการเติบโตของสมาชิก เพื่อที่สมาชิกที่เป็นบุคคลทั่วไปในวันนี้ เมื่อผ่านเข้าระบบพัฒนาสมาชิกแล้ว จะสามารถเข้ามารับบทบาทที่สร้างผลต่อการดำเนินงานของพรรคได้ในอนาคต และผู้แทนที่มาจากระบบนี้ก็แทบจะไม่เป็นงูเห่า
ไม่เอางูเห่า! ขอผู้แทนที่ซื่อสัตย์ต่อเสียงประชาชนที่เลือกพรรค
แต่ที่ผ่านมาพรรคไม่ได้เลือกทางนี้ สิ่งที่จะเป็นปัญหาตามมาคือสมาชิกจะมีเจ้าของ รวมถึงการสร้างภาระให้ผู้แทนมากเกินไป โดยที่ผู้แทนไม่มีมวลชนหนุน ผู้แทนก็สามารถเลือกแปรพักตร์ได้ง่าย ไม่รวมถึงผู้แทนที่แฝงตัวมาจากพรรคตรงข้าม แล้วถ้าวันใดที่ผู้แทนแปรพักตร์ไป พรรคก้าวไกลก็ต้องมีปัญหากับการเฟ้นหาผู้แทนคนใหม่ในเวลาการคัดกรองที่น้อยลงมากๆ ซ้ำนั้นยังไม่พอ สมาชิกที่มาจากผู้แทนคนนั้นก็อาจจะลาออก ทำให้พรรคต้องคอยมาหาสมาชิกในเขตนั้นใหม่เพื่อรับรองผู้แทนคนใหม่ ซึ่งยิ่งถ้าให้ผู้แทนคนใหม่หาก็ยิ่งสร้างภาระให้กับผู้ที่จะเข้ามาเป็นผู้แทนมากขึ้นไปอีก ดังนั้นการที่พรรคเลือกสร้างผู้แทนก่อนสมาชิก สำหรับมุมมองส่วนตัวผมจึงไม่ได้เป็นการแก้ไขปัญหาเรื่องงูเห่าแต่อย่างใด แล้วการสร้างสมาชิกหลังสร้างผู้แทนก็เป็นเรื่องที่ช้าไป เพราะสมาชิกพรรคแบบธรรมชาติก็จะเจอกลุ่มก้อนสมาชิกของผู้แทน ทำให้เวลาโหวตก็เหมือนว่าฝั่งผู้แทนมีเสียงตุนเอาไว้อยู่แล้ว การจะเปลี่ยนผู้แทนในกรณีที่ผู้แทนไม่ทำงานก็เป็นเรื่องที่ยากขึ้นอีกระดับหนึ่ง
ไม่เอางูเห่า! ขอผู้แทนที่ซื่อสัตย์ต่อเสียงประชาชนที่เลือกพรรค
การได้มาซึงผู้แทนโดยไม่มีรากฐาน ซึ่งต่อให้พรรคต้องจ่ายเงินเพื่ออบรมผู้แทนที่ไม่ได้มาจากรากฐานมากแค่ไหน ก็ไม่อาจลบช่องว่างในจุดนี้ได้ เพราะหน้าที่ของผู้แทนคือการออกศึก ผู้แทนไม่ได้มีหน้าที่โดยตรงในการสร้างฐานมวลชน(ต่อไปนี้จะเรียกว่าสมาชิก) หรือการให้ผู้แทนสร้างสมาชิกก็เป็นการคาดหวังและสร้างภาระต่อผู้แทนมากเกินไป รวมถึงสมาชิกที่ผู้แทนสร้างจะเป็นสมาชิกของผู้แทนไม่ใช่สมาชิกพรรค เมื่อไม่ใช่สมาชิกที่เป็นอิสระในการตัดสินใจมากนัก การตักเตือนหรือถ้าในอนาคตมีการโหวตเลือก ก็จะได้เสียงโหวตแบบฐานเสียงมากกว่าเสียงโหวตอิสระ พรรคต้องสร้างสมาชิกก่อนจึงควรมีผู้แทนจึงจะหยั่งรากได้อย่างมั่นคง และถ้าพรรคเลือกทำสมาชิกก่อน เวลาไม่เกิน 2 ปีผู้แทนที่มาจากประชาชนก็จะผลิดอกออกผล
ไม่เอางูเห่า! ขอผู้แทนที่ซื่อสัตย์ต่อเสียงประชาชนที่เลือกพรรค
ปัญหางูเห่าเป็นเรื่องที่ควรแตะแต่ไม่ควรกระพือ ควรแต่หมายถึงควรแก้ไข แต่ไม่ควรกระพือคือไม่ควรให้เป็นกระแส เพราะเมื่อเป็นกระแสจะเกิดความไม่ไว้ใจซึ่งกันและกัน แล้วเกิดสภาพตรวจสอบกันเองภายในมากเกินไป จนผู้คนที่อยู่ได้ก็อยู่อย่างอึดอัดและต้องคอยสอดส่องกันเองว่าใครจะไปรึเปล่า ซึ่งเอาเข้าจริงๆมันเกิดจากปัจจัยภายในที่พรรคอนาคตใหม่เดินเกมเรื่องผู้สมัครเร็วไป และปัจจัยภายนอกที่พรรคคู่แข่งใช้วิธีลดทอนผู้สมัครเพื่อทำให้พรรคอ่อนแอลง ซึ่งก็ถือว่าได้ผลทั้งระยะสั้นและระยะยาว คือระยะสั้นได้ตัว สส.ไป และระยะยาวพรรคต้องมาพะวงเรื่องงูเห่าจนถึงปัจจุบัน อย่างที่เกริ่นไปว่าถึงอย่างไรก็ควรแก้ไข นั่นหมายความว่าที่ผ่านมารวมถึงตอนนี้แม้ว่ากระแสความใหม่จะหมดไปเรียบร้อยแล้ว แต่ก้าวไกลมีเวลามากกว่าช่วงอนาคตใหม่ในการคัดสรรหาผู้แทน ซึ่งวิธีที่พรรคเลือกใช้คัดผู้สมัครด้วยการเลือกผู้แทนก่อนการตั้งขบวน ถือว่าเป็นวิธีที่เหมือนจะพยายามแก้ปัญหางูเห่า แต่ไม่ได้แก้ไขได้ขนาดนั้น อย่าลืมว่ารากฐานที่พรรคก้าวไกลจะเป็นพรรคของประชาชนได้คือการเป็นพรรคมวลชน และผู้แทนก็ต้องมาจากมวลชนจึงจะยึดโยงกับรากฐาน
ช่วยคิดวิธีสื่อสารการทำงานของ ส.ส. เขต
ตีให้แตกเรื่องอำนาจหน้าที่ของ สส.ก่อนว่าขอบเขตทำได้แค่ไหน และควรทำอะไร บางงานอาจจะเป็นโซนท้องถิ่น ก็ต้องเป็นบทบาท สส.ไปประสานงานกับทางอบจ. เทศบาลหรือ อบต. บางงานอาจจะต้องเข้าไปประสานงานกับหน่วยงานรัฐ หรือเข้า กมธ.ต่างๆ บางงานเป็นเรื่องการเข้าถึงชุมชม แต่เป็นการเข้าถึงแบบไหน แบบวัฒนธรรมเจ้าขุนมูลนาย หรือวัฒนธรรมแบบมีส่วนร่วม แต่หลักๆคือ สส.เป็นเหมือน Change Maker และ Icon เรื่องการผลักดันวัฒนธรรมแบบมีส่วนร่วม ที่ทั้งรับฟังปัญหาแล้วนำไปประสานกับผู้ที่เกี่ยวข้อง และสนับสนุนกิจกรรมในพื้นที่
ชวนออกแบบ "การทำงานพื้นที่" แบบก้าวไกล!
ทั้งนี้ทั้งนั้นกิจกรรมจะเกิดขึ้น ย่อมต้องมีผู้มาผลักดันให้เกิด ที่ผ่านมาพรรคค่อนข้างให้ความสำคัญน้อยในเรื่องทีมดำเนินงาน หรือถ้าจะตรงไปตรงมาคือการจัดการภายในทั้งหมดค่อนข้างไม่ประสบความสำเร็จ นั่นเพราะพรรคแทบไม่จริงจังกับเรื่องนโยบายภายใน รวมถึงการผลักดันให้นโยบายภายในบรรลุผล เราจะใช้ข้ออ้างว่างานพรรคเป็นงานอาสาสมัครทำให้ทำงานลำบากไม่ได้ ผู้หล่อเลี้ยงอาสาสมัครก็คือทีมดำเนินงาน ถ้าทีมดำเนินงานหล่อเลี้ยงอาสาไม่เป็นหรือไม่ถูกวิธี ระบบการพัฒนาอาสาสู่ทีมดำเนินงานก็ไม่เกิด ซึ่งไม่เกิดก็ไม่ใช่แค่ปัญหาของแต่ละจังหวัด หมายความว่าการที่ทีมดำเนินงานแต่ละจังหวัดไม่มีทักษะ ทีมส่วนกลางก็ต้องเข้าไปพัฒนาทักษะเหล่านั้น
ชวนออกแบบ "การทำงานพื้นที่" แบบก้าวไกล!
การที่พรรคเริ่มด้วยการเลือกผู้แทนก่อนโดยให้พื้นที่คอยคัดกรองอีกที แต่พื้นที่เองก็ไม่มีกระบวนการหรือพื้นที่ให้เห็นทั้งศักยภาพหรือแนวคิดของผู้คน พื้นที่เองก็มีมาตรวัดไม่ได้แม่นยำขนาดที่จะบอกได้ว่าบุคคลที่สมัครเป็นผู้แทนใช้ DNA ก้าวไกลหรือไม่ อย่างดีก็ได้แค่ดูบุคลิกภาพ ดูไหวพริบ เช็คเบื้องหลังเท่าที่เช็คได้ นั่นเพราะพรรคขาดกระบวนการที่ทำให้มนุษย์กับมนุษย์มามีปฏิสัมพันธ์กันผ่านกิจกรรม การจะรู้ว่าใครเหมาะกับอะไรหรือไม่เหมาะกับอะไร รวมถึงการสร้างความเป็นมิตรเยี่ยงผู้มีอุดมการณ์ร่วมกัน จะต้องมีเวทีให้พบปะพูดคุย และปฏิสัมพันธ์กัน ไม่ว่าจะแบบเป็นทางการและไม่เป็นทางการ ไม่ว่ากิจกรรมรณรงค์หาเสียง รณรงค์แคมเปญ สมาชิกสัมพันธ์ จับกลุ่มตามอัธยาศัย หรือกิจกรรมสาธารณะประโยชน์
ชวนออกแบบ "การทำงานพื้นที่" แบบก้าวไกล!
พรรคควรมีการจัด pathway ของผู้เกี่ยวข้องให้เป็นรูปธรรม เริ่มจากกองเชียร์ไปสู่ผู้เข้าร่วมไปสู่อาสาสมัครไปสู่ทีมดำเนินงานหรือผู้แทน กองเชียร์คือผู้ที่สนใจในพรรคหรือสนับสนุนพรรคอย่างห่างๆ ผู้เข้าร่วมคือผู้ที่อาจจะมาร่วมกิจกรรมพรรคเป็นบางครั้ง อาสาสมัครคือผู้ที่สนใจเข้ามามีส่วนร่วมในการจัดกิจกรรมภายในพรรค ทีมดำเนินงานคือผู้ที่คอยผลักดันกิจกรรมในแต่ละพื้นที่ให้พรรค ผู้แทนคือผู้ที่เป็นตัวแทนหรือเป็นปากเสียงให้แก่ผู้คนในกลุ่มนั้น รวมถึงเป็นไอคอนให้กับพื้นที่ ที่ผ่านมาระบบมีระยะห่างระหว่างกองเชียร์กับผู้แทนอยู่ ทำให้ทั้งกองเชียร์จะมาเป็นผู้เข้าร่วมหรืออาสาสมัครก็เกิดขึ้นไม่บ่อย เนื่องจากการจัดกิจกรรมมีไม่บ่อย ระบบอาสาสมัครไม่เกิด จนทำให้เวลาจะหาคนดำเนินงานหรือผู้แทนก็ทำไปด้วยความยากลำบาก